โครงงานการงานอาชีพ และเทคโนโลยี

เรื่อง ข้าวเกรียบแก้วมังกร

จัดทำโดย

1. นาย จตุพงศ์  วงค์ษา  เลขที่  1

2. นาย ธานี  ธิโร  เลขที่  2

3. นาย สันติภาพ  สีหะวงษ์  เลขที่  3

4. นาย สุวรักษ์  มากกลาง  เลขที่  4

5. นาย อรรถชัย  อะทะถ้ำ  เลขที่  5

6. นาย ศรินทร์  โพธิญาณ  เลขที่  6

7. นาย เจนปรัชญา  ยมศรีเคน  เลขที่  7

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6/2

 

 

โรงเรียนแม่ลาววิทยาคม อำเภอแม่ลาว  จังหวัดเชียงราย

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 36

 

 

 

 

 

บทคัดย่อ

โครงงานเรื่อง  ข้าวเกรียบแก้วมังกร  มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตแก้วมังกร

เพื่อลดจำนวนผลผลิตแก้วมังกรในท้องตลาดที่มีอยู่มาก เพื่อเกิดทักษะในการทำงานเป็นกลุ่ม

โดยมีขั้นตอนและวิธีดำเนินกาดังนี้ นำผลแก้วมังกรไปปั่นจนละเอียด นำแก้วมังกรที่ปั่นจนละเอียดมาผสมกับแป้งมันสำปะหลังจนเป็นเนื้อเดียวกัน โดยค่อย ๆ ใส่แก้วมังกรทีละนิดเพื่อไม่ให้แป้งเหลวเกินไป นำแป้งที่ได้มาปั้นเป็นแท่งนำไปนึ่งราว 1 ชั่วโมง จนแป้งสุกได้ที่พอดี จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็น หลังจากที่แช่ตู้เย็นแล้วก็นำไปหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หากชิ้นที่หั่นมีความหนามากเมื่อเวลานำไปทอดจะทำให้ข้าวเกรียบสุกไม่เท่ากัน นำใส่ถาดผึ่งแดดไว้ 1 แดด จนข้าวเกรียบมีลักษณะแข็งและใสขึ้น นำมาทอด หรือใส่ถุงเก็บไว้ขณะที่ยังไม่ทอด ผลการทดลองพบว่า ผลิตข้าวเกรียบแก้วมังกรครั้งที่ 1 ทดลองผสมส่วนผสมตามสูตรในการทำข้าวเกรียบ แต่ไม่ใส่น้ำตาล ปรากฏว่า เมื่อนำไปนึ่ง แป้งที่ปั้นนั้นจะขยายตัวใหญ่ขึ้นเมื่อโดนความร้อน หดตัวเมื่อนำไปแช่ในตู้เย็น เมื่อนำไปทอดแล้ว ข้าวเกรียบมีลักษณะกรอบ ฟูนิดหน่อย รสชาติจืด มีกลิ่นหอมของพริกไทย ผลิตข้าวเกรียบแก้วมังกรครั้งที่ 2 ทดลองผสมส่วนผสมตามสูตรในการทำข้าวเกรียบ แต่ทดลองเพิ่มแป้งข้าวเหนียวลงไปปรากฏว่า เมื่อนำไปนึ่ง แป้งที่ปั้นนั้นไม่ขยายตัวทั้งเมื่อโดนความร้อน นำไปแช่ในตู้เย็น เมื่อนำไปทอดแล้ว ข้าวเกรียบจะสุกไม่ทั่วกัน มีลักษณะแข็ง ไม่กรอบ ไม่ฟู รสชาติอร่อย มีกลิ่นหอมของพริกไทย ผลิตข้าวเกรียบแก้วมังกรครั้งที่ 3 ทดลองผสมส่วนผสมตามสูตรในการทำข้าวเกรียบ ปรากฏว่า เมื่อนำไปนึ่ง แป้งที่ปั้นนั้นจะขยายตัวใหญ่ขึ้นเมื่อโดนความร้อน หดตัวเมื่อนำไปแช่ในตู้เย็น เมื่อนำไปทอดแล้ว ข้าวเกรียบมีลักษณะกรอบ ฟูนิดหน่อย รสชาติอร่อย มีกลิ่นหอมของพริกไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กิตติกรรมประกาศ

รายงานโครงงานฉบับนี้สำเร็จได้อย่างเสร็จสมบูรณ์  เนื่องจากด้วยความช่วยเหลืออย่างดียิ่งจาก  คุณครูสุพัตรา  ถมยา  ที่ได้กรุณาให้คำแนะนำปรึกษา  และข้อมูลต่าง ๆ ในการทำรายงานโครงงานฉบับนี้ ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

 

ขอขอบพระคุณ  คุณครูในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ที่ให้คำติชมในรสชาติของอาหาร ตลอดจนแนะนำในการทำรายงานโครงงานฉบับนี้ ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

 

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ที่ได้ให้ความร่วมมือ  ร่วมแรง ร่วมใจให้ข้อแนะนำเสนอแนะ  ในการทำโครงงานฉบับนี้ ทำให้โครงงานฉบับนี้สำเร็จลุล่วงออกมาได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำนำ

 

รายงานโครงงานฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารนำเสนอผลการดำเนินงานในการทำโครงงาน ในรายวิชาการงานอาชีพ และเทคโนโลยี รหัสวิชา ง33101 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในหัวข้อเรื่อง ข้าวเกรียบแก้วมังกร

 

แก้วมังกร (Dragon Fruit) พืชสมุนไพรใกล้ตัวที่มากด้วยสรรพคุณทางยา ต้นแก้วมังกรเป็นไม้ผลที่มีสรรพคุณทางยาเหมือนกับพืชสมุนไพร แก้วมังกรเป็นพืชในตระกูลเดียวกับต้นกระบองเพชรแต่แก้วมังกรเป็นไม้เลื้อยมีลำต้นอ่อนต้องอาศัยเกาะยึดอยู่กับหลักจึงจะสามารถเจริญเติบโตแผ่กิ่งก้านขยายออกไปได้ ลำต้นของแก้วมังกรมีลักษณะอวบน้ำเป็นแฉกสามแฉกคล้ายต้นโบตั๋น ผลของแก้วมังกรเมื่อผ่าออกดูจะมีเนื้อสีขาวขุ่น (พันธุ์ไต้หวันจะมีเนื้อสีแดง) ภายในเนื้อจะมีเมล็ดเล็กๆ คล้ายเม็ดงาดำแทรกกระจายอยู่ทั่วไปในเนื้อแก้วมังกร

 

ทางคณะผู้จัดทำหวังว่า โครงงานการงานอาชีพ และเทคโนโลยี เรื่อง ข้าวเกรียบแก้วมังกร ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษาในเรื่องของการทำสบู่จากน้ำมันพืชเหลือใช้ ได้นำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ในอนาคต และสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาการทำโครงงานในเรื่องอื่น ๆ ได้นำไปเป็นแบบอย่างในการทำโครงงานสืบต่อไป หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางคณะผู้จัดทำก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

คณะผู้จัดทำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารบัญ

รายการ                                                                                                                                                                     หน้า

บทคัดย่อ …………………………………………………………………………………………………………. (ก)

กิตติกรรมประกาศ ……………………………………………………………………………………………. (ข)

คำนำ ………………………………………………………………………………………………………………. (ค)

สารบัญ …………………………………………………………………………………………………………… (ง)

บทที่ 1  บทนำ …………………………………………………………………………………………………..

ที่มาและความสำคัญ ………………………………………………………………………………..

วัตถุประสงค์ของโครงงาน ……………………………………………………………………….

บทที่ 2  เอกสารที่เกี่ยวข้อง…………………………………………………………………………………..

บทที่ 3  อุปกรณ์และวิธีการดำเนินการ ………………………………………………………………….

บทที่ 4  ผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………..

บทที่ 5  สรุปผลและอภิปรายผล …………………………………………………………………………..

สรุปผลการทดลอง ………………………………………………………………………………….

อภิปรายผลการทดลอง …………………………………………………………………………….

ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………….

ประโยชน์ที่ได้จากโครงงาน …………………………………………………………………….

บรรณานุกรม ……………………………………………………………………………………………………

ภาคผนวก ………………………………………………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  1

บทนำ

 

ที่มาและความสำคัญ

การทานแก้วมังกรมีจุดประสงค์เพื่อในการลดน้ำหนัก ถึงแม้นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของประโยชน์จากแก้วมังกร อย่างไรก็ตามการที่มีคนหันมาสนใจกินแก้วมังกรเพิ่มขึ้นจนทำให้แก้วมังกรกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่คนไทย  ทำให้ผลผลิตแก้วมังกรออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก  จึงส่งผลทำให้ราคาของผลผลิตแก้วมังกรมีราคาตกต่ำ  เกษตรกรขาดทุนจากราคาผลผลิตแก้วมังกร  ด้วยเหตุนี้ทางคณะผู้จัดทำจึงได้คิดหาวิธีเพิ่มมูลค่าของแก้วมังกรโดยการทำเป็นข้าวเกรียบ  และข้าวเกรียบแก้วมังกรยังมีต้นทุนในการผลิตต่ำอีกด้วย

 

วัตถุประสงค์ของโครงงาน

1. เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตแก้วมังกร

2. เพื่อลดจำนวนผลผลิตแก้วมังกรในท้องตลาดที่มีอยู่มาก

3. เพื่อเกิดทักษะในการทำงานเป็นกลุ่ม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

            แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แคลอรี่ต่ำอุดมไปด้วยวิตามินซี แมกนีเซียมและแคลเซียม แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง เมล็ดสีดำเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วไปในผลแก้วมังกรจะอุดมไปด้วยไขมันที่ไม่อิ่มตัวซึ่งช่วยต่อต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่น       แก้วมังกรจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน

สรรพคุณของแก้วมังกรอีกอย่างหนึ่งคือใช้เป็นผลไม้เสริมสุขภาพและความงาม ใช้บริโภคเพื่อจุดประสงค์ในการลดน้ำหนัก เนื่องจากเมื่อกินแก้วมังกรแล้วจะรู้สึกอิ่ม  และในผลแก้วมังกรก็มีกากใยสูงประกอบกับให้แคลอรี่ต่ำจึงนิยมใช้บริโภคเพื่อลดน้ำหนัก

แก้วมังกรเป็นพืชในตระกูลกระบองเพชรซึ่งมีสารที่มีประโยชน์  คือ  มิวซิเลจ  (Mucilage) ที่มีลักษณะคล้ายวุ้นเจลช่วยดูดซับน้ำในร่างกาย ควบคุมระดับกลูโคสในคนที่เป็นโรคเบาหวาน(ชนิดไม่พึ่งอินซูลิน)  แก้วมังกรยังมีประโยชน์ในการบรรเทาโรคโลหิตจางช่วยเพิ่มธาตุเหล็กให้แก่ร่างกาย นอกจากนี้ผลแก้วมังกรยังมีสรรพคุณในการป้องกันโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้และต่อมลูกหมาก เบาหวาน ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของกระดูกและฟัน

การปลูกแก้วมังกร เนื่องจากแก้วมังกรเป็นพืชที่มีลำต้นอ่อนมีลักษณะเป็นไม้เลื้อย ดังนั้นวิธีการปลูกแก้วมังกรจึงต้องสร้างหลักให้ลำต้นของต้นแก้วมังกรเกาะยึด หลักที่ให้แก้วมังกรเกาะยึดจะเป็นเสาปูนหรือทำจากไม้เนื้อแข็งก็ได้โดยปักหลักให้สูงประมาณ 1.5 – 2.0 เมตร มีระยะห่างระหว่างหลักประมาณ 3 เมตร ด้านบนของหลักทำเป็นร้านให้กิ่งของแก้วมังกรแผ่ขยายออกไป รอบๆ หลักแต่ละหลักให้เตรียมหลุม 4 หลุมสำหรับปลูกกิ่งพันธุ์แก้วมังกรหลุมละ 1 ต้น ใช้ปุ๋ยหมักเก่ารองก้นหลุมประมาณหลุมละ 1 บุ้งกี๋ แล้วนำกิ่งพันธุ์แก้วมังกรมามัดให้แนบกับหลักแล้วทำบังแดดให้กิ่งพันธุ์แก้วมังกรประมาณ 1-2 อาทิตย์

วิธีการดูแลรักษาต้นแก้วมังกร แก้วมังกรเป็นพืชที่ดูแลรักษาง่าย รดน้ำให้ดินชื้นแต่อย่าให้แฉะแล้วใช้ฟาง เศษหญ้าแห้งหรือแกลบเป็นวัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้นเพื่อช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นของดินไว้ ใส่ปุ๋ยคอกหลักละ 1 บุ้งกี๋แล้วเสริมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หลักละ 1-2 ช้อนแกง การให้ปุ๋ยให้เว้นระยะ 2-3 เดือนต่อครั้งโดยดูจากความสมบูรณ์ของต้นแก้วมังกรเป็นสิ่งสำคัญ

ต้นแก้วมังกรที่ปลูกมาจากการใช้กิ่งปักชำหลังจากปลูกได้ประมาณ 8-10 เดือนก็จะเริ่มออกดอกและให้ผลผลิต โดยปกติแล้วต้นแก้วมังกรจะให้ผลผลิต 4 รุ่นใน 1 ปี ผลแก้วมังกรที่เก็บมาจากต้นสามารถวางขายในตลาดได้หลายวัน หากใส่ผลแก้วมังกรในถุงพลาสติกแล้วแช่เย็นจะเก็บไว้ได้ไม่น้อยกว่า 15 วันแต่ต้องระวังเรื่องการเปียกน้ำและความชื้นที่อาจจะทำให้ผลแก้วมังกรเน่าเสียง่าย

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีทั้งสรรพคุณทางยา คุณค่าทางโภชนาการหากรู้จักกินเป็นอาหารรักษาโรค (เภสัชโภชนา) แล้วยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพกับความงาม (ผิวพรรณและการลดน้ำหนัก)อีกด้วย จนอาจพูดได้ว่า แก้วมังกรเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายเช่นเดียวกับผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น มะละกอ ส้ม กล้วย ฯลฯ ดังนั้นหากเรารู้จักเลือกรับประทาน”ผลไม้เพื่อสุขภาพ”ให้ถูกต้องย่อมเกิดผลดีกับร่างกายอย่างแน่นอน แต่วิธีการกินผลไม้ที่ถูกต้องก็คล้ายกับการกินอาหารนั่นคือต้องกินให้หลากหลายจึงจะได้รับสารอาหารและประโยชน์อย่างครบถ้วน การกินผลไม้ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน ไม่ใช่พอรู้ว่าแก้วมังกรมีประโยชน์และดีต่อสุขภาพมากมายหลายประการแล้วก็พยายามหาและกินเฉพาะแก้วมังกรเท่านั้นผลไม้อื่นที่นอกเหนือจากแก้วมังกรแล้วไม่ยอมกินเลย ถ้าทำอย่างนี้จะไม่ได้รับประโยชน์จากการกินผลไม้ที่ถูกต้องเรียกว่า “กินไม่เป็น” ดังนั้นให้เดินทางสายกลางคือกินแต่พอดีจะดีที่สุด

 

อ้างอิงจาก http://thai-good-health.blogspot.com/2009/07/dragon-fruit.html

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  3

อุปกรณ์และวิธีการดำเนินการ

วัสดุ                                                                            อุปกรณ์

แป้งมันสำปะหลัง  1  กิโลกรัม                       เครื่องปั่นไฟฟ้า

พริกไทยป่น  2.5  ช้อนโต๊ะ                             ชามขนาดใหญ่

น้ำตาลทราย  1.5  ช้อนโต๊ะ                             ถาด

ผลแก้วมังกร                                                   หม้อนึ่ง

มีดสองคม

วิธีการดำเนินงาน

            1.นำผลแก้วมังกรไปปั่นจนละเอียด

2.นำแก้วมังกรที่ปั่นจนละเอียดมาผสมกับแป้งมันสำปะหลังจนเป็นเนื้อเดียวกัน โดยค่อย ๆ ใส่แก้วมังกรทีละนิดเพื่อไม่ให้แป้งเหลวเกินไป

3.นำแป้งที่ได้มาปั้นเป็นแท่ง

4.นำไปนึ่งราว 1 ชั่วโมง จนแป้งสุกได้ที่พอดี จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็น

5.หลังจากที่แช่ตู้เย็นแล้วก็นำไปหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หากชิ้นที่หั่นมีความหนามากเมื่อเวลานำไปทอดจะทำให้ข้าวเกรียบสุกไม่เท่ากัน

6.นำใส่ถาดผึ่งแดดไว้ 1 แดด จนข้าวเกรียบมีลักษณะแข็งและใสขึ้น

7.นำมาทอด หรือใส่ถุงเก็บไว้ขณะที่ยังไม่ทอด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตารางวางแผนการปฏิบัติงาน

 

ระยะเวลา

กิจกรรมที่ปฏิบัติ

สถานที่ดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบ

27 มิ.ย. 54 เสนอ/เลือกหัวข้อในการทำโครงงาน

ห้องเรียน 331

สมาชิกทุกคน

28 มิ.ย. –

1 ก.ค. 54

ศึกษาวิธีการทำโครงงาน

โรงเรียนแม่ลาววิทยาคม

จตุพงศ์ , ธานี

4 ก.ค. 54 ค้นคว้าหาข้อมูลในการทำข้าวเกรียบ

ห้องเรียน 331

สุวรักษ์ , ศรินทร์ ,

เจนปรัชญา

  เสนอแบบเสนอโครงงาน เพื่อขออนุมัติในการทำโครงงาน

ห้องเรียน 331

สมาชิกทุกคน

12 ก.ค. 54 ,

17 ก.ค. 54 ,

23 ก.ค. 54

ผลิตข้าวเกรียบแก้วมังกร

บ้านสันติภาพ ,

บ้านจตุพงศ์ ,

บ้านเจนปรัชญา

สมาชิกทุกคน

  ประเมินคุณภาพของข้าวเกรียบ

โรงเรียนแม่ลาววิทยาคม

สมาชิกทุกคน

16 ส.ค. 54 สรุปผลการดำเนินงาน และจัดทำรูปเล่มโครงงาน

โรงเรียนแม่ลาววิทยาคม

สันติภาพ , อรรถชัย

  นำเสนอผลการทำโครงงาน

โรงเรียนแม่ลาววิทยาคม

สมาชิกทุกคน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 4

ผลการทดลอง

ผลิตข้าวเกรียบแก้วมังกรครั้งที่ 1

ทดลองผสมส่วนผสมตามสูตรในการทำข้าวเกรียบ แต่ไม่ใส่น้ำตาล ปรากฏว่า เมื่อนำไปนึ่ง แป้งที่ปั้นนั้นจะขยายตัวใหญ่ขึ้นเมื่อโดนความร้อน หดตัวเมื่อนำไปแช่ในตู้เย็น เมื่อนำไปทอดแล้ว ข้าวเกรียบมีลักษณะกรอบ ฟูนิดหน่อย รสชาติจืด มีกลิ่นหอมของพริกไทย

 

ผลิตข้าวเกรียบแก้วมังกรครั้งที่ 2

ทดลองผสมส่วนผสมตามสูตรในการทำข้าวเกรียบ แต่ทดลองเพิ่มแป้งข้าวเหนียวลงไปปรากฏว่า เมื่อนำไปนึ่ง แป้งที่ปั้นนั้นไม่ขยายตัวทั้งเมื่อโดนความร้อน นำไปแช่ในตู้เย็น เมื่อนำไปทอดแล้ว ข้าวเกรียบจะสุกไม่ทั่วกัน มีลักษณะแข็ง ไม่กรอบ ไม่ฟู รสชาติอร่อย มีกลิ่นหอมของพริกไทย

 

ผลิตข้าวเกรียบแก้วมังกรครั้งที่ 3

ทดลองผสมส่วนผสมตามสูตรในการทำข้าวเกรียบ ปรากฏว่า เมื่อนำไปนึ่ง แป้งที่ปั้นนั้นจะขยายตัวใหญ่ขึ้นเมื่อโดนความร้อน หดตัวเมื่อนำไปแช่ในตู้เย็น เมื่อนำไปทอดแล้ว ข้าวเกรียบมีลักษณะกรอบ ฟูนิดหน่อย รสชาติอร่อย มีกลิ่นหอมของพริกไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 5

สรุปผลและอภิปรายผล

 

สรุปผลการทดลอง

ในการทดลองผลิตข้าวเกรียบแก้วมังกรครั้งที่ 1

เป็นการทดลองเพื่อค้นหาว่า ในการทำข้าวเกรียบแก้วมังกร จะต้องใส่ส่วนผสมอะไรบ้าง ซึ่งผลก็คือ ข้าวเกรียบแก้วมังกรมีลักษณะกรอบ  แต่ยังขาดในเรื่องรสชาติ เพราะไม่ได้ใส่ส่วนผสม คือ น้ำตาลทรายลงไป

 

ในการทดลองผลิตข้าวเกรียบแก้วมังกรครั้งที่ 2

เป็นการทดลองเมื่อถ้าเราผสมแป้งข้าวเหนียวเข้าไป ข้าวเกรียบแก้วมังกรจะเป็นอย่างไร ซึ่งผลก็คือ ข้าวเกรียบแก้วมังกรมีลักษณะแข็ง และไม่อร่อย อีกทั้งยังสุกไม่ทั่วกัน

 

ผลิตข้าวเกรียบแก้วมังกรครั้งที่ 3

ในการทดลองครั้งนี้ได้วิธีการผลิตที่แน่นอน คือ ใช้ส่วนผสมตามสูตร เมื่อเราปั้นแป้งก่อนที่จะนำไปนึ่ง แป้งจะยุบตัว ดังนั้นเราจึงนำไปคลุกกับแป้งมันสำปะหลัง จนแป้งจับตัวเป็นแท่ง แล้วจึงนำไปนึ่งได้ ซึ่งผลก็คือ ข้าวเกรียบแก้วมังกรมีรสชาติอร่อย กรอบ และถูกใจคนรับประทาน

 

ข้อเสนอแนะ

            ในการทำโครงงานครั้งนี้ ต้องอาศัยแสงแดดในการตากข้าวเกรียบให้แห้งก่อนจะนำมาทอด แต่ในฤดูนี้เป็นฤดูฝนจึงเกิดปัญหาในการทำ

ประโยชน์ที่ได้จากโครงงาน

1.เกิดทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

2.เกิดรายได้ระหว่างเรียน ในการนำผลิตภัณฑ์ออกไปจำหน่ายได้

3.นักเรียนสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพในอนาคตได้

 

 

 

 

บรรณานุกรม

 

ออนไลน์ (4 กรกฎาคม 2554)

http://thai-good-health.blogspot.com/2009/07/dragon-fruit.html